สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่านก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามผลงานการเขียนบทความอาจจะมีผิดพลาดกันมาบ้างหลังจากนี้จะพัฒนา และเขียนบทความที่น่าสนใจมาให้อ่านกันนะครับ บทความนี้อาจจะยาวสักหน่อยนะครับ

     หลังจากผ่านปี 2017 มา ก็จะเข้าเดือนที่ 2 ของปี 2018 กันแล้ว คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่า โทรศัพท์มือถือ เป็นสำคัญของการดำรงชีวิต ประจำวันของเราไปซะแล้ว ก่อนอื่นต้องขอย้อนกลับไป ในตอนที่มีการสร้าง โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกก่อนเลยนะครับ โทรศัพท์เครื่องแรกของโลก มีชื่อว่า “Motorola DynaTAC 8000X

 

 

     เจ้า Dyna ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย หน้าที่หลักๆ ของมันคือ เอาไว้ใช้ แค่ สื่อสารเพียงเท่านั้น ดูหนังก็ไม่ได้ ฟังเพลงก็ไม่ได้ และต้องตกใจ เพราะมันมีราคาอยู่ที่ 1.3แสนบาท(เทียบกับปัจจุบันนะ) Dyna โดยมีระบบปฏิบัติการ แบบ Analog ซึ่งเก่าแก่มาก แต่ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีของโลกเรา ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านการสื่อสาร ทั้งเทคโนโลยีภายใน (software) หรือแม้แต่ รูปลักษณ์ภายนอกของโทรศัพท์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

 

 

     แต่สิ่งหนึ่งทีสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลง ในทุกๆด้านของ โทรศัพท์มือถือ นั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการ (operating system) หรือที่เราเรียกว่า OS  นั่นเอง

 

 

เจ้าระบบปฏิบัติการนั้น มีหน้าที่สำคัญหลักๆที่สำคัญคือ การจัดการระบบภายใน หรือ ที่เราเรียกว่า Software ให้มีประสิทธิ์ภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้เข้าใจและเห็นภาพง่ายๆเลย คือ การทำให้บุคคลากรภายใน ดูแลรักษาหน้าที่ตัวเองให้ ไหลลื่นที่สุด ไม่สะดุด หรือขัดกันเอง ตรงส่วนนี้ผมจะไม่เจาะลึกนะครับ (กลัวผิดเหมือนกัน 555) แต่อยากให้หลายๆคน เข้าถึงบทความนี้ก่อนเพื่อจะได้ อ่านบทความหลังจากนี้เข้าใจง่ายขึ้น

 

 

     ก็เกริ่นกันมายาวเกินไปหน่อย (จริงๆก็ไม่หน่อย แต่อยากให้ได้ความรู้ตรงนี้จริงๆ เล็กๆน้อยๆอย่าโกรธกันเลยนะ) เจ้า OS หรือระบบปฏิบัติการเนี่ย ปัจจุบัน ก็มีหลากหลายอยู่มากเลยนะครับ และต้องขอบอกก่อนเลยว่า ทั้ง Windows, Linux, Mac OS, iOS, Android ฯลฯ ล้วนเรียกว่า ระบบปฏิบัติการทั้งสิ้นนะครับ ผมจะขอเรียกให้เข้าใจง่ายๆ แบ่งเป็นสองระบบในตรงนี้คือ ระบบปฏิบัติการบน Computer และ ระบบปฏิบัติการบน โทรศัพท์มือถือ (จริงๆแล้วมันแบ่ง เป็น Hardware ,Software และ Peopleware ผมขอแยกให้เข้าใจง่ายนะ) ซึ่งบทความนี้ผมขอ หยิบยก ตามเรื่องที่เกริ่นมานั่นคือระบบปฏิบัติ iOS และ Android ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบน โทรศัพท์มือถือ นะครับ (iOS กับ Mac OS แยกกันนะครับอย่าเข้าใจผิดนะ)

 

 

     จริงๆแล้ว ระบบ ปฏิบัติการบน มือถือ ไม่ได้มีแค่เจ้าสองตัวนี้เท่านั้นนะ ยังมี Windows Phone อีกหนึ่งตัว แต่ผมขอหยิบแค่สองตัวแรกพอ เพราะนอกจาก Windows Phone จะไม่ได้รับความนิยมแล้ว ในการพัฒนาระบบ ทั้ง iOS และ Android ต่างพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง และ ก้าวกระโดดมากที่สุดนั่นเอง

 

 

หากกล่าวถึง iOS ทุกคนคงรู้จักกันอย่างดี กับ โทรศัพท์มือถือ รุ่น iPhone ซึ่งเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อดังของผู้พัฒนาอย่าง Apple นั่นเอง และในส่วนของ Android หากจัดอันดับตามความนิยมแล้ว รุ่นที่ เทียบเท่าหรืออาจจะสูงกว่า iPhone นั้น คงต้องยกให้โทรศัพท์มือถืออย่าง Samsung  นั่นเอง และด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากหยิบยกเจ้าสองตัวนี้ มาเจาะลึกประเด็นสำคัญว่า ทั้งสองระบบปฏิบัติการ ว่า มีดียังไง ต่างกันแค่ไหน และในอนาคต ถ้าต้องให้เลือก จะเลือกใช้อะไร ? (เกริ่นมายาวมากไป ต้องขออภัยด้วยครับ T_T อยากทำเนื้อหาสาระล้วนๆสักอันดู)

 

 

ระบบ iOS

 

      ระบบปฏิบัติการ iOS  (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อ iPhone OS) พัฒนาและจำหน่ายโดย บริษัท Apple inc. (ถ้าข้อมูลไม่ผิด ตอนนั้นเป็นยุคของ Steve Job นั่นเอง) ซึ่ง iOS เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2007 เป็นระบบที่ใช้ บนไอโฟน โดยเฉพาะ (ในเวลานั้น) แต่หลังจากมีการตอบรับอย่างดี จึงทำให้มีการพัฒนา อุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถใช้ระบบ iOS เช่น iPod Touch (กันยายน 2007) iPad (มกราคม 2010) และอื่นๆอีกมากมาย และเจ้า iOS นี่แหละ เป็นการจุดเริ่มต้น ของการแข่งขันทางการตลาด จนถึงทุกวันนี้ เนื่องจาก เจ้า iOS ไม่สามารถ ทำงานบท อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ อื่นได้เลย ถือเป็น เอกเทศในด้าน การพัฒนาระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือเลยที (เหมือนประเทศปิดเลย) นอกจาก นี้แล้ว แอปพลิเคชั่น ของ iOS ยังแยกออกมาจาก Android อีกด้วย โดยใช้ชื่อเป็น App Store ซึ่งมีแอปพลิเคชั่นมากกว่า 900,000 ตัว โดยปัจจุบันมีการ ดาวน์โหลด มากกว่า 5หมื่นล้านครั้ง

 

                                      

 

ระบบ Android

     ระบบปฏิบัติการ Android หลายๆท่านยังไม่ทราบนะครับว่า จริงๆแล้ว ระบบ Android ในปุจจุบันเนี่ย เป็นของ บริษัทข้อมูลอย่าง Google ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้แหละครับ แต่ก่อนหน้านี้ ก็เป็นของ Android เองครับ ซึ่งบริษัท ก่อตั้งขึ้น ในเดือน ตุลาคม ปี 2003 ซึ่งเกิดก่อน iOS 4 ปี โดยบริษัท มีจุดประสงค์หลักคือ พัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับ กล้องดิจิทัล เพียงเท่านั้น แต่เพราะตลาดกล้อง ไม่ใช่ตลาดที่กว้างพอให้ขยาย ธุรกิจได้มากนัก จึงได้เบน การพัฒนามาทาง ระบบ สมาร์ทโฟน แทน ซึ่งในตอนนั้น มีคู่แข่ง ยักษ์ใหญ่สองราย คือ ซิมเบียน (Symbian) และ วินโดวส์โมบาย (Windows Mobile) แต่เพราะตอนนั้น บริษัท Android เป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ไม่อาจจะสู้ ยักษ์ใหญ่ได้ ทำให้รายได้ของทางบริษัทไม่ดีนัก และ เงินทุนก็ไม่เพียงพอต่อการ พัฒนา แต่โชคดี เพื่อนของผู้บริหารบริษัทได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยใส่ซองมาให้ เป็นจำนวนเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประคับประคอง บริษัท และ การพัฒนา ระบบต่อไป

     ซึ่งหลักจากนั้นสองปี Google ได้ซื้อกิจการ บริษัทแอนดรอยด์ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2005 โดยยังดึงตัวผู้บริหารเก่า ไว้ทั้งหมด และพัฒนามาเรื่อยๆจนในที่สุด ได้เปิดตัวโทรศัพท์เครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ นั่นก็คือ HTC DREAM เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2008 และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อ ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการด้าน Software Android ให้แก่โทรศัพท์ รุ่นอื่นๆอีกมากมายเช่น Samsung, Huawei เป็นต้น โดยใช้แอปพลิเคชั่นบน Google Play

                                                       

                                                                 

ความแตกต่างและจุดเด่น ของ iOS และ Android

 

     อย่างที่หลายๆคนตั้งคำถามกันว่า ระหว่าง iOS และ Android จะใช้อันไหนดี ซึ่งจริงๆและ คำถามนี้ ตอบยากมากครับ ขึ้นอยู่กับการใช้ และความชอบส่วนบุคคลจริงๆ

ข้อสรุปการทำงาน iOS และ Android

Android จะมีความเป็นอิสระค่อนข้างมากเลยทีเดียว หากเปรียบเป็นเหมือนคอมเตอร์เครื่องนึง ก็ประมาณว่า ลงได้ทุกวินโดวส์ จะถ่ายโอนข้อมูลยังไงก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดมากมาย และยังสามารถปรับแต่งแก้ไข ภายในSoftwareได้บางส่วนตัว

iOS มีความซับซ้อนน้อยกว่า และมีบริการต่างๆที่มากกว่า เช่น iTunes, Games Center และ iClound ซึ่งครอบคลุมบัญชีการใช้งาน Apple ID เพียงแค่มี Apple ID เพียงบัญชีเดียว ก็สามารถเข้าใช้งาน แอปพลิเคชั่นเบื้องต้นได้ทั้งหมด

 

ความแตกต่างด้านประสิทธิภาพ

Android ถึงแม้จะพัฒนามานานกว่า iOS แต่การพัฒนาก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่ความสามารถหลักๆของมันคือ ความแรงของเครื่อง โดยสามารถลงแอปเสริมช่วยได้ และสามารถทำงาน คล้ายคอมพิมเตอร์ได้หลายๆอย่าง เช่นการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือที่เรียกกว่า Multi Tasking

iOS หากเป็นด้านความ ลื่นไหล ความสเถียร คงต้องยกให้กับ iOS เค้าจริงๆ นอกจากความลื่นไหล ในหน้า Home แล้ว การใช้งาน แอปพลิเคชั่นต่าง ก็ไม่มีการสะดุดหรือขาดตกบกพร่องเลย แม้จะเปิดแอพค้างไว้ และไปใช้แอพอื่น ก็ไม่มีความหน่วงหรือช้าให้เห็นเลย

แล้วใครดีกว่านะ ?

ต้องขอบอกว่า ไม่อยากสรุปเลย (กลัวหน้าแตก) แต่ผมขอ ใช้ความเห็นส่วนตัว ในการตัดสินใจสรุปในครั้งนี้นะครับ ต้องขอบอกก่อนว่า ส่วนตัวแล้ว ผมเคยได้สัมผัส โทรศัพท์ทั้งสองระบบมาก่อนแล้ว ปัจจุบันผมใช้งานระบบ iOS อยู่ เหตุผลเพราะว่า ระบบ Android นั้นตกรุ่นได้ง่ายกว่าระบบ iOS  หรือ iPhone เป็นอย่างมาก (เพราะ Android มีหลายรุ่นและ หลายยี่ห้อครับ ) แต่ปัญหาใหญ่ของ iOS จริงๆคือ การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของมัน อาจจะเป็นการฆ่าตัวตายซะมากกว่า เนื่องจากว่า ระบบ iOS มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลังๆ อาจจะมีการเกิดปัญหา หลายๆอย่าง และ ฟีเจอร์ต่างๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป อย่างชัดเจน ซึ่งส่วนนี้แหละ เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า ถึงแม้จะไม่ตกรุ่น แต่ความจำเจ ทำให้เรา เบื่อ iPhone ไปเองโดยปริยาย

 

 

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเบื่อ บางคนอาจจะหลงไหล ตามรุ่นใหม่ๆที่เข้ามา แต่ถ้ามองลึกแล้ว มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเลย ซึ่ง ถ้าให้เทียบแล้วการพัฒนา ของ Android ก็ไม่ได้พัฒนาช้ากว่า iOS เลยและไม่มีข้อจำกัดในด้าน ระบบที่เป็นอิสระอีกด้วย รองรับได้หลายๆอย่างอีกด้วย และเหนือสิ่งอื่นใด iOS หรือโทรศัพท์ iPhone ทุกวันนี้ มีราคาที่สูงขึ้นๆ เรื่อยๆ ทำให้คนส่วนน้อย มุ่งเน้นไปที่ ระบบ Android แทน เพราะนอกจากการพัฒนาที่ ไม่ก้าวกระโดดแล้ว  การมีฟีเจอร์ใหม่ๆ อัพเดทบ่อยทำให้เราไม่เกิดความเบื่อนั่นเอง ผมเองโตมากับ โทรศัพท์ ราคาไม่ถึง 2,000 โดยส่วนมากจะเป็นระบบ Android แต่ในทุกๆวันนี้โทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อว่า iOS ราคาก็ปาเข้าไปก็เกือบ จะครึ่งแสนแล้ว ถึงแม้เราจะไม่สามารถเลือกใช้ Android ระดับท็อปได้ เช่น Samsung, Huawei ฯลฯ แต่การที่ Android เป็นโทรศัพท์ที่มีหลายระดับ หลายยี่ห้อ ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานตามความต้องการและตามฐานะของเราได้มากกว่า

 

 

ซึ่ง iPhone ไม่มีสิ่งนี้จริงๆ ผมจึงตระหนักว่า หากในอนาคตต้องเลือกใช้จริงๆ ผมคงเลือกที่จะใช้ Android มากกว่าที่จะใช้ iOS นอกจากราคาที่ถูกกว่าแล้ว ถ้าให้คิดตามหลักความจริง การพัฒนาที่ไปได้เรื่อยๆ มันคงดีกว่า การพัฒนาที่ก้าวกระโดดมากเกินไป เพราะอะไรนั่นเหรอครับ เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็คงเหมือนกับการ วิ่งแข่ง ระยะไกล ที่ถึงแม้ คุณจะวิ่งอย่างช้าๆ แต่ในระหว่างทาง คุณอาจจะเร่งได้บ้าง หรือผ่อนแรงบ้าง จะสามารถทำให้คุณวิ่งไปได้เรื่อยๆ แต่หากคุณคิดจะวิ่งไม่คิดชีวิต ถึงคุณจะอึดแค่ไหน สุดท้าย คุณก็ต้องเหนื่อยอยู่ดี และโดนคนอื่นแซงไปอีกต่างหาก แต่ที่สรุปแบบนี้ไม่ใช่ว่า iOS ไม่ดีนะครับ ทุกอย่างมีดีหมด เพียงแต่ผมคิดว่า ในอนาคต ต้องมีวันใดวันหนึ่งที่ Android จะวิ่งแซงได้แน่ๆครับไม่ช้าก็เร็ว นั่นแหละครับ

 

 

สุดท้ายแล้ว ผมอยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อย่ายึดติดกับมันมากนะครับ ผมเชื่อว่าในอนาคต อาจจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่า โทรศัพท์มือถือให้เราได้ ใช้กันก็ได้นะครับ เพราะเทคโนโลยี ไม่มีคำว่าหยุดนิ่ง  iOS และ Android เอง ก็ยังคงมีการพัฒนาอยู่ คงสามารถไปได้อีกหลายปีเหมือนกันครับ สำหรับบทความนี้คงพอแค่นี้ครับ ถ้าชอบ อย่าลืมกดไลค์กด แชร์กันด้วยนะ (ยังไม่มีแฟนเพจ T^T กำลังหัดเขียน) คิดยังไง กับ iOS และ Android อย่าลืมมาแบ่งปันและแนะนำกันด้วยนะครับ หากผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่ http://it-peek.com  ฝากไว้ด้วยนะครับ

กล่องความคิดเห็น